แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รับทำเมนูอาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รับทำเมนูอาหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

กระดาษที่ใช้สำหรับการทำงานพิพม์เมนูอาหารจากกระดาษ



งานพิมพ์เมนูอาหาร ส่วนใหญ่นิยมทำมาจากวัสดุกระดาษ ซึ่ง กระดาษจะเป็นแบบบางหรือแบบแข็งก็ขึ้นอยู่กับรุปแบบของงาน โดยปกติแล้วกระดาษที่นำมาใช้พิมพ์เมนูอาหารนั้น จะเป็นกระดาษสีขาว เนื่องจากมีต้นทุนที่น้อยกว่ากระดาษที่มีสีอยู่ในตัว ซึ่งสำหรับงานพิมพ์ดิจิตอลแล้ว กระดาษที่นิยมใช้ในการทำเมนูอาหาร ได้แก่
กระดาษอาร์ตการ์ด ที่มีความหนาตั้งแต่ 210 – 350 แกรม หากเป็นแมนูอาหารแบบเป็นแผ่นไม่ต้องประกบ เช่น แบบเย็บหมุด แบบเข้าห่วง แบบพับ จะนิยมใช้เป็นกระดาษอาร์ตการืดที่มีความหนา 300 และ 350 แกรม แต่ถ้าหากว่าเป็นเมนูอาหารที่การเข้าเล่มต้องใช้วิธรการประกบกันของกระดาษ เช่น การเข้าเล่มแบบปีกผีเสื้อ จะใช้เป็นกระดาษอาร์ตการ์ด 210 – 260 แกรม ซึ่งกระดาษอาร์ตการ์ดจะมีทั้งแบบที่เนื้อกระดาษมันเงาอยู่แล้วในตัวและแบบด้าน
กระดาษการ์ดขาว จะคล้ายกับกระดาษอาร์ตการ์ดแต่เนื้อกระดาษจะขาวกว่าและจะให้ความรู้สึกด้านๆ เหมือนกระดาษปอนด์ที่ใช้วาดรูป
กระดาษพิเศษอื่นๆ เช่น กระดาษที่มีของของกระดาษในตัว เช่น กระดาษสีครีม สีมุก หรือกระดาษที่มีลายของกระดาษเอง
แต่ส่วนใหญ่แล้ว กระดาษที่นำมาใช้ในการพิมพ์เมนูอาหารจะนิยมใช้กระดาษสีขาวมากกว่า เพราะว่าเวลาที่พิมพ์ออกมาสีของรูปภาพอาหารจะใกล้เคียงของของจริงมากกว่าพิมพ์ลงบนกระดาษสีอื่น

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559

งานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุด




งานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุด เป็นเมนูอาหารอีกรูปแบบหนึ่งที่มีการนิยมรับทำเมนูอาหารกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมเคลือบทั้งเล่ม จะเป็นเคลือบเงา/ด้าน ก็แล้วแต่ความต้องการ ซึ่งรูปแบบเมนูเมนูอาหารแบบเย็บหมุดนั้นก็จะเป็น

ปก พิมพ์ 4 สี 4 หน้า + หุ้มจั่วปัง

เนื้อใน กระดาษอาร์ตการ์ดที่มีความหน้าตั้งแต่ 190 – 350 g พิมพ์ 4 สี จะกี่หน้าก็แล้วแต่การออกแบบ

เข้าเล่ม หมุดที่ใช้จะนิยมเป็นสีเงิน และหมุดสีทอง

ซึ่งเมนูอาหารแบบเย็บหมุดจะตีเส้นพับทุกหน้าทั้งเนื้อในและตัวปก เพื่อเวลาเปิดใช้งานจะได้ง่าย และเป็นงานเคลือบทั้งเล่ม ทำให้สามารถใช้ผ้าเช็คทำความสะอาดได้ และตัวปกเป็นปกแข็งหุ้มจั่วปังทำให้มีความทนทานกว่างานเมนูอาหารแบบปกอ่อน ซึ่งในการทำนั้น ผู้ที่รับทำเมนูอาหารแบบเย็บหมุดนั้น ต้องมีความชำนาญในการทำ ไม่งั้นงานจะออกมาไม่สวย และเทคนิคหลังการพิมพ์อีกอย่างที่นิยมใช้ในการทำเมนูก็คือการ Spot UV หรือการเคลือบเฉพาะจุดนั้นเอง โดยจะเน้นทำในส่วนของโลโ หรือรูปภาพเมนูอาหาร เพื่อให้ส่วนที่ Spot UV นั้นดูเด่นขึ้นมา

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

กระดาษที่ใช้ในการทำเมนูอาหาร


 

งานพิมพ์เมนูอาหารส่วนใหญ่ เป็นงานพิมพ์ที่ใช้กระดาษในการทำ อยู่ที่ว่าจะเลือกใช้กระดาษแบบไหนในการทำ ซึ่งการเลือกใช้กระดาษมาพิมพ์งานเมนูอาหารนั้นต้องดูความเหมาะสมของรูปแบบเมนูอาหารที่จะทำด้วย ซึ่งในการรับทำเมนูอาหารนั้น กระดาษส่วนใหญ่ที่ใช้เลยก็จะเป็น

กระดาษอาร์ตการ์ดที่มีความหนาตั้งแต่ 190 – 350 นั้นเอง

กระดาษการ์ดขาวที่มีความหนาตั้งแต่ 190 แกรมขึ้นไป

กระดาษแฟนซีหรือกระดาษพิเศษอื่นๆ

เช่น

งานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บมุงหลังคา / เย็บแม็ค กระดาษตัวปกและเนื้อในที่ใช้พิมพ์ส่วนใหญ่อาจจะใช้เป็นกระดาษแบบเดียวกัน หรือเนื้อในบางกว่าปกเล็อกน้อย หากมีจำนวนไม่เกิน 8 หน้ารวมปก สามารถใช้กระดาษที่มีความหนาได้มากสุดถึง 350 แกรม แต่ถ้าหากมีจำนวนหน้าเยอะจะต้องลดความหนาของกระดาษลง ถ้าหากว่าเราไม่มีความรู้เรื่องกระดาษที่ใช้ทำหรือไม่รู้ว่าจะเลือกใช้กระดาษแบบนั้นมาทำสามารถสอบถามผู้ที่รับทำเมนูอาหารหรือสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางอินเติร์เน็ต

วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การออกแบบงานพิพม์เมนูอาหารและเครื่องดื่มให้หน้าใช้งาน


ในการออกแบบงานพิมพ์เมนูอาหารนั้น ต้องทำออกมาให้ดี สวย และสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะถือเป็นน่าตาและเป็นสิ่งต้นๆเลยก็ว่าได้ที่นักชิมทั้งหลายจะต้องเจอ เมนูอาหารที่สวยงาม มีรูปอาหารประกอบที่ดูน่ากิน จะช่วยเพิ่มความต้องการในการกินมากขึ้นไปด้วย ดังนั้นในการออกแบบงานพิมพ์เมนูอาหาร จึงต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย

1.มีการจัดหมวดหมู่ ประเภทของอาหารให้เหมาะสม เช่น อาจจะเริ่มจากอาหารว่าง แล้วจึงเป็นอาหารจานหลัก และเป็นประเภทของหวาน และท้ายสุดก็อาจจะเป็นรายการเครื่องดื่มต่างๆ

2.เลือกขนาดของงานพิมพ์เมนูอาหารให้เหมาะสม ไม่เล็กและใหญ่จนเกินไปเพราะจะทำให้ถือและเปิดอ่านลำบาก โดยที่ขนาดมาตราฐานหลักๆแล้ว ขนาดสำเร็จของเมนูอาหารก็จะประมาณ A-3 ถึง A-5

3.เลือกใช้ฟอนต์ ตัวอักษรให้ดูชัดเจนและอ่านง่าย เข้าใจง่าย ไม่ลายตา และข้อความที่ใช้ต้องถูกต้อง

4.รูปภาพประกอบต้องเกี่ยวข้องกับรายการอาหารนั้นๆ รูปภาพอาหารที่สวยงามน่าทาน จะช่วยทำให้นักชิมทั้งหลายอยากทานอาหารนั้นๆเพิ่มขึ้น

5.ออกแบบให้เรียบง่าย ไม่ต้องอะไรมากมาย แต่ดูเรียบร้อยไม่ยุ่งเหยิง น่าสนใจ

6.เลือกวัสดุในการทำงานพิมพ์เมนูอาหาร วัสดุที่ดีส่งผลให้งานออกมาดี