วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559

ข้อแนะนำในการออกแบบงานพิมพ์กล่องสบู่


 

งานพิมพ์กล่องสบู่ก็เหมือนกับงานพิมพ์อื่นๆทั่วไป ต่างกันที่รูปแบบงาน ซึ่งก่อนที่จะมีการพิมพืหรือผลิตก็ต้องมีอาร์ตเวิร์ตหรือไฟล์งานสำหรับพิมพ์ก่อน ซึ่งในการออกแบบกล่องสบู่นั้นมีข้อแนะนำเล็กน้อยๆ เพื่อเวลานำไฟล์งานไปใช้พิมพ์ พิมพ์ออกมาแล้วจะได้งานที่สวย
-ตั้งค่าสีเป็น CMYK ไม่ใช้ RGB หรืออื่นๆ เพราะค่าสีในระบบงานพิมพ์นั้นจะเป็น CMKY
-หลีกเลี่ยงโทนสีเข้ม เช่น สีน้ำตาล เขียวเข้ม สีน้ำเงิน เป็นต้น เพราะสีพวกนี้ถ้าเครื่องพิพม์ไม่ดีจริง สีที่ได้ออกมาอาจจะไม่เท่ากันหรือเป็นรอยด่าง
-ทำพื้นหลังเผื่อขอบงานจริง เพราะขั้นตอนในการปั๊มไดคัทออกมาเป็นชิ้นงานจริงอาจจะเบี้ยวได้
-หลีกเลี่ยงการทำอาร์ตเป็นสีทองหรือสีเงิน สีเป็นประกาย เพราะสีพวกนี้จะเป็นสีพิเศษ ร้านที่รับทำบางทีอาจจะไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะถ้าหากสั่งทำไม่มาก และค่าใช้จ่ายจะสูงกว่างานพิพม์สีปกติ
-การออกแบบงานพิมพ์กล่องสบู่ ควรเผื่อขนาดกล่องให้มีขนาดใหญ่กว่าขนาดสบู่เล็กน้อย ไม่คสรทำออกมาขนาดกล่องให้เท่ากับสบู่เลย เพราะว่าถ้าหากขนาดพอดีเกินไจะใส่สบู่ลงในกล่องลำบากและสบู่อาจจะเสียรูปทรง
-ถ้าอยากประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำกล่องสบู่ เพราะจะทำขนาดกล่องสบู่ตามขนาดงานเดิมที่ทางร้านที่รับทำมีอยู่ จะได้ใช้บล็อกขึ้นรูปงานเดิมที่มี ไม่ต้องทำบล็อกขึ้นรูปใหม่
ที่กล่าวมาอาจจะเป็นเพียงข้อแนะนำเล็กๆน้อย เท่านั้น ซึ่งหากใครที่สนใจทำงานพิมพ์กล่องสบู่สามารถนำข้อแนะนำดังกล่าว ไปปรับใช้กับไฟล์งานกล่องสบู่ที่จะทำได้

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

กระดาษที่ใช้สำหรับการทำงานพิพม์เมนูอาหารจากกระดาษ



งานพิมพ์เมนูอาหาร ส่วนใหญ่นิยมทำมาจากวัสดุกระดาษ ซึ่ง กระดาษจะเป็นแบบบางหรือแบบแข็งก็ขึ้นอยู่กับรุปแบบของงาน โดยปกติแล้วกระดาษที่นำมาใช้พิมพ์เมนูอาหารนั้น จะเป็นกระดาษสีขาว เนื่องจากมีต้นทุนที่น้อยกว่ากระดาษที่มีสีอยู่ในตัว ซึ่งสำหรับงานพิมพ์ดิจิตอลแล้ว กระดาษที่นิยมใช้ในการทำเมนูอาหาร ได้แก่
กระดาษอาร์ตการ์ด ที่มีความหนาตั้งแต่ 210 – 350 แกรม หากเป็นแมนูอาหารแบบเป็นแผ่นไม่ต้องประกบ เช่น แบบเย็บหมุด แบบเข้าห่วง แบบพับ จะนิยมใช้เป็นกระดาษอาร์ตการืดที่มีความหนา 300 และ 350 แกรม แต่ถ้าหากว่าเป็นเมนูอาหารที่การเข้าเล่มต้องใช้วิธรการประกบกันของกระดาษ เช่น การเข้าเล่มแบบปีกผีเสื้อ จะใช้เป็นกระดาษอาร์ตการ์ด 210 – 260 แกรม ซึ่งกระดาษอาร์ตการ์ดจะมีทั้งแบบที่เนื้อกระดาษมันเงาอยู่แล้วในตัวและแบบด้าน
กระดาษการ์ดขาว จะคล้ายกับกระดาษอาร์ตการ์ดแต่เนื้อกระดาษจะขาวกว่าและจะให้ความรู้สึกด้านๆ เหมือนกระดาษปอนด์ที่ใช้วาดรูป
กระดาษพิเศษอื่นๆ เช่น กระดาษที่มีของของกระดาษในตัว เช่น กระดาษสีครีม สีมุก หรือกระดาษที่มีลายของกระดาษเอง
แต่ส่วนใหญ่แล้ว กระดาษที่นำมาใช้ในการพิมพ์เมนูอาหารจะนิยมใช้กระดาษสีขาวมากกว่า เพราะว่าเวลาที่พิมพ์ออกมาสีของรูปภาพอาหารจะใกล้เคียงของของจริงมากกว่าพิมพ์ลงบนกระดาษสีอื่น

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2559

ข้อแนะนำในการผลิตและออกแบบงานพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์



กล่องบรรจุภัณฑ์ที่ดี ย่อมเป็นผลที่ได้รับมาจากไฟล์งานต้นฉบับที่ดี ได้ผู้ผลิตผู้รับพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ เครื่องมือที่ดี ดังนี้เราจึงต้องรู้และมีความรู้เกี่ยวกับงานพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์บ้าง ซึ่งเรามีข้อแนะนำในการทำงานตั้งแต่ออกแบบมาให้ เพื่อจะได้มีงานกล่องบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม และดูมีมูลค่า

1.งานพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ควรจะทำการเคลือบไม่ว่าจะเคลือบเงาหรือด้าน ขึ้นอยู่กับความชอบ เพราะงานกล่องบรรจุภัณฑ์ยิ่งถ้าใช้กระดาษที่มีความหนามาก ถ้าหากไม่เคลือบส่วนที่เป็นเส้นพับขึ้นรูปกล่องเวลาประกอบใช้งานจริง จะเห็นเป็นรอยแตกของกระดาษ

2.หลีกเลี่ยงการปั๊มนูนพื้นที่เล็ก + การเคลือบ พื้นที่เล็ก เช่น การปั๊มนูนชื่อโลโก้ที่ใช้ฟ้อนท์ตัวเล็กและข้อความติดกันมากๆ เพราะถ้าหากปั๊มออกมาแล้วตัวพลาสติกที่ใช้เคลือบจะพอง ไม่สวย โดยเฉพาะถ้าเป็นงานสีพื้นที่เป็นโทนสีเข้ม เช่น สีดำ จะเห็นรอยชัดยิ่งขึ้น

3.การออกแบบไฟล์งาน ส่วนที่ใช้ในการประกอบติดกาวควรจะมีขนาดเล็กจนเกินไป เพราะจะได้มีพื้นที่ในการติดกาวเยอะๆ งานจะได้แน่นและไม่หลุดง่าย

4.เวลาออกแบบงานควรตั้งค่าสีเป็น CMYK เพื่อรองรับระบบงานพิมพ์และจะได้เห็นสีที่ใกล้เคียงกับของจริงเวลาออกแบบงาน

5.หลีกเลี่ยงการออกแบบงานที่มีกรอบแบ่งแยกพื้นที่ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นขอบกล่อง เพราะถ้าหากทางผู้ที่รับพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ทำงานในขั้นตอนการไดคัทผิดพลาดขึ้นมา จะทำให้เห็นว่างานเบี้ยวชัดเจน

ตามที่แจ้งไปอาจจะเป็นเพียงแค่จ้อแนะนำบางส่วนเท่านั้น แต่ถ้าหากว่าอาจจะทราบข้อแนะนำเพิ่มเติมเราสามารถสอบถามกับผู้ที่รับพิมพ์กล่องบรรจุภัณฑ์ หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมตามอินเน็ตได้

วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559

กระดาษที่ใช้ในการทำกล่องบรรจุภัณฑ์ประเภทเครื่องสำอาง



กระดาษที่ใช้ในการรับทำกล่องบรรจุภัณฑ์ ประเภท เครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นกล่อง สบู่ กล่องครีม เซรั่ม เจลแต้มสิว ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นกล่องสินค้าเดียวๆตัวเดียว หรือว่าเป็นเซตก็แล้วแต่ กระดาษที่ใช้ทำก็แตกต่างกัน ตามการใช้งาน ตามขนาดของสินค้า และรูปแบบงาน แต่โดยทั่วไปแล้ว กระดาษที่นิยมใช้กันก็จะได้แก่

-กระดาษอาร์ตการ์ด หนา 300 แกรม ขึ้นไป

-กระดาษ Neo Matt หนา 300 แกรม ขึ้นไป

-กระดาษคราฟน้ำตาล หนา 250 แกรม ขึ้นไป

-กระดาษพิเศษอื่นๆ

แต่จะเห็นว่ากระดาษที่ใช้ในการรับทำกล่องบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่ จะเป็นกระดาษ ที่มีความหนา ตั้งแต่ 300 แกรมขึ้นไป เพราะว่าถ้าหากเลือกใช้กระดาษที่มีความหนาน้อยกว่านี้ เวลานำไปประกอบขึ้นรูปใช้งานจริงจะทำให้ตัวกล่องบรรจุภัณฑ์ไม่เป็นรูปร่าง ไม่มีความแข็งแรงคงทน นั้นเอง เว้นแต่ว่ากระดาษปรเภทกระดาษคราฟน้ำตาล ถ้าเทียบกันกับกระดาษขาวทั่วไปที่ความหนาของกระดาษเท่ากันนั้น กระดาษคราฟน้ำตาลจะมีความหนามากกว่า เหรือจะเป็นกระดาษพิเศษ ที่เวลาจะใช้งานจริงต้องมีการสั่งเข้ามาอีกที เพราะกระดาษบางชนิดตามร้านที่รับทำกล่องบรรจุภัณฑ์จะไม่ค่อยได้ใช้ เวลาจะใช้ต้องสั่งเข้ามา เนื่องมาจากว่า ต้นทุนสูง แล้วถ้าหากสั่งมาเยอะๆไม่ได้ใช้ ทิ้งไว้นานๆ ตัวจะดาษจะเหลือง ซึ่งถ้านำไปพิมพ์งานจริงสีก็จะไม่สวย ต่างออกไปจากไฟล์ต้นฉบับ ดังนั้นจะไม่ค่อยนิยมใช้กัน แต่ถ้าหากว่าอย่างได้กระดาษพิเศษจริงๆ ก็สามารถที่สั่งเข้ามาใช้งานได้

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2559

งานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุด




งานพิมพ์เมนูอาหารแบบเย็บหมุด เป็นเมนูอาหารอีกรูปแบบหนึ่งที่มีการนิยมรับทำเมนูอาหารกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะนิยมเคลือบทั้งเล่ม จะเป็นเคลือบเงา/ด้าน ก็แล้วแต่ความต้องการ ซึ่งรูปแบบเมนูเมนูอาหารแบบเย็บหมุดนั้นก็จะเป็น

ปก พิมพ์ 4 สี 4 หน้า + หุ้มจั่วปัง

เนื้อใน กระดาษอาร์ตการ์ดที่มีความหน้าตั้งแต่ 190 – 350 g พิมพ์ 4 สี จะกี่หน้าก็แล้วแต่การออกแบบ

เข้าเล่ม หมุดที่ใช้จะนิยมเป็นสีเงิน และหมุดสีทอง

ซึ่งเมนูอาหารแบบเย็บหมุดจะตีเส้นพับทุกหน้าทั้งเนื้อในและตัวปก เพื่อเวลาเปิดใช้งานจะได้ง่าย และเป็นงานเคลือบทั้งเล่ม ทำให้สามารถใช้ผ้าเช็คทำความสะอาดได้ และตัวปกเป็นปกแข็งหุ้มจั่วปังทำให้มีความทนทานกว่างานเมนูอาหารแบบปกอ่อน ซึ่งในการทำนั้น ผู้ที่รับทำเมนูอาหารแบบเย็บหมุดนั้น ต้องมีความชำนาญในการทำ ไม่งั้นงานจะออกมาไม่สวย และเทคนิคหลังการพิมพ์อีกอย่างที่นิยมใช้ในการทำเมนูก็คือการ Spot UV หรือการเคลือบเฉพาะจุดนั้นเอง โดยจะเน้นทำในส่วนของโลโ หรือรูปภาพเมนูอาหาร เพื่อให้ส่วนที่ Spot UV นั้นดูเด่นขึ้นมา

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กระดาษที่ใช้ในการทำงานพิมพ์ใบปลิว


งานพิมพ์ใบปลิว เป็นงานพิมพ์ที่ใช้แจกจ่ายกันทั่วไป ไม่ได้เป็นของสะสมเหมือนพวกงานพิมพ์โปสการ์ดต่างๆ ดังนั้นเวลามีการสั่งทำเป็นเป็นการประหยัดงบประมาณ จึงใช้กระดาษที่ไม่ต้องราคาสูงมาก ความหนาของกระดาษไม่ต้องมากก็ได้ ซึ่งงานพิมพ์ใบปลิวส่วนใหญ่จะใช้กระดาษบางหรือกระดาษที่มีความหนาไม่มาก ซึ่งกระดาษที่นิยมใช้ในการพิมพ์ใบปลิว เช่น

1.กระดาษปอนด์ ที่มีความหนาตั้งแต่ 70 g ขึ้นไป แต่ก็จะไม่เกิน 120 แกรม

2.กระดาษอาร์ตมัน ที่มีความหนาตั้งแต่ 105 g ขึ้นไป แต่ก็จะไม่เกิน 160 แกรม

3.กระดาษอาร์ตด้าน ที่มีความหนาตั้งแต่ 105 g ขึ้นไป แต่ก็จะไม่เกิน 160 แกรม

สาเหตุที่กระดาษดังที่กล่าวมา นิยมนำมาใช้ในการพิมพ์ใบปลิว ก็เพราะว่ามีราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับกระดาษชนิดอื่น ที่มีกันตามท้องตลาด ยิ่งถ้าหากว่าเป็นการพิมพ์ใบปลิวด้วยระบบงานพิพม์ออฟเซทแล้วแกรมกระดาษยิ่งเยอะราคาก็จะสูงขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นกระดาษชนิเดียวกันก็ตาม

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การ์ดแต่งงานมันดูธรรมดาเกินไป ทำยังไงดี



 
เห็นการ์ดแต่งงานทั่วๆไป ใครหลายๆคน อาจจะคิดว่ามันดูธรรมดาเกินไป ไม่ดีอะไรน่าสนใจเลย แค่พิพม์ลวยลายข้อความต่างๆ ลงไปในกระดาษเอง ดังนั้นเรามาดูกันว่าถ้าหาก อยากเพิ่มความสวยงามให้กับงานพิมพ์การ์ดแต่งงาน จะทำยังไงได้บ้าง
1.เลือกใช้กระดาษพิเศษ ที่มี Texture หรือลวดลายต่างๆในตัวอยู่แล้ว หรือกระดาษที่มีสีพิเศษในตัว เพราะว่าโดยปกติทั่วไปนั้น กระดาษที่ใช้ในการพิพม์การ์ดแต่งงานจะเป็นกระดาษสีขาว เนื้อเรียบๆ นั้นเอง
2.เลือกการเคลือบเพื่อเพิ่มความมันเงา หรือเรียบหรูให้กับงานพิมพ์การ์ดแต่งงาน การเคลือบนั้นจะมีแบบด้านและแบบเงา ซึ่งในการพิมพ์การ์ดแต่งงานแบบดิจิตอลนั้น จะเป็นการเคลือบ PVC เคลือบ UV ไม่ได้ เพราะถ้าเคลือบยูวีจะทำให้หมึกละลาย
3.ปั๊มฟอยล์ ส่วนใหญ่แล้วถ้าเป็นการปั๊มฟอยล์ จะนิยมทำในส่วนของโลโก้ กรอบ หรือข้อความต่างๆ ซึ่งตัวฟอยล์นั้นจะมีหลายสี แต่สีที่นิยมจะเป็นสีเงินและสีทอง
4.ใช้การปั๊มนูน เพื่อเพิ่มมิติให้กับงานพิมพ์การ์ดแต่งงาน ส่วนใหญ่จะทำในส่วนของโลโก้ตัวหนังสือ เช่น ตัวย่อ